จากหนังสือพิมพ์ เวียงจันทร์ใหม่ วันที 1 เดือน 7 ปี 2548 หน้า 12

เรื่อง: นิตยสาร์ณ SPICY ของไทยหวังอะไรจากบทความอันงี่เง่า

โดยคุณ ผักตบ

นิตยสาร์ณ SPICY ของไทยฉบับลงวันที่ 11-24 เดือนมิถุนายน 2548 ที่ได้ลงบทความหนื่งภาำยใต้หัวข้อ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขึ่งขณะนี้กำลังเป็นที่วิจาร์ณอย่างหนัก และ สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งแก่ชาวนครหลวงเวียงจันท์ และ ชาวลาวทั่วประเทศในขณะนี้

กองบรรณาธิการของพวกเราได้รับโทรศัพท์ และ จดหมายจากคุณผู้อ่านที่แสดงทักษะเข้ามาอย่างมากมายก่ายกอง. จดหมายกล่าวเหล่านั้นแรงบ้าง เบาบ้างตามแต่อารมณ์ของแต่ละคน. ตามที่ทางเราได้สรุปแล้วได้เนื้อหาแบบเดียวกัน ชึ่งผมของเสนอแบบสั้นๆย่อๆว่า ในนามของคนลาว พวกเรารู้สึกไม่พอใจ และ

เกลืยดคำพูดเหล่านั้นมาก เพราะมันเป็นการดูถูก และ ไม่ให้เกรียติแก่ประเทศลาว

กองบรรณาธิการเราก็ไม่ได้เพีกเฉย และ ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องโดยมีผมเป็นคนทำเรื่องนี้ และ ผมก็สามารถหานิตยสาร์ณฉบับนี้ได้อย่างไม่ยากเย็นเลย. พอผมอ่านแล้วก็รู้สึกว่าเป็นไปตามที่ท่านผู้อ่านกล่าวมาทั้งหมด. บทความมีหัวข้อว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พิมพ์ที่หน้า 34-35 ของนิตยสาร์ณที่ชื่อ SPICY ฉบับลงวันที่ 11-24 เดืิอนมิถุนายน ปี 2548 ที่บริษัท โน้ต พับลิชชิ่ง จำกัด เป็นเจ้าของ และ มีคุณ พรรธิพา สกุลชัย เป็นประธานบริหาร. บทความดั่งกล่าวไม่ได้ลงชื่อนักเขียน และ เท่าที่ผมอ่านสำนวนการใช้ศัพท์เป็นของผู้หญิง ผมก็เลยเชื่อว่าบทความนี้เขียนโดยผู้หญิง. เนื้อหาโดยรวมจงใจกล่าวถึงประเทศลาว ชึ่งเธอได้กล่าวเป็นข้อๆไว้ 29 ข้อด้วยกัน ที่มีทั้งถูกบ้างผิดบ้าง. แต่สิ่งที่สร้างความไม่พอใจอย่างแรงต่อประชาชนลาวก็คือความจงใจ หรือ ว่างี่เง่าของคนเขียนเองก็มิอาจทราบได้ ชึ่งมีอยู่่หลายข้อที่บิดเบือนความเป็นจริง. มีการก่าวคำที่ตํ่าช้า สันดาน มาเขียนโดยที่อ้างว่าเป็นคำที่คนลาวใช้กันเช่น: ถ้าจะชมผู้หญิงว่าสวยให้ชมว่า สวยตายห่า หรือ ถ้าเรียกผู้หญิงว่า อีดอกทอง จะถูกใจเพราะว่าฟังดูมีค่าดี (อีดอกทองในความหมายของไทยแปลว่าโสเภณี) ถ้าจะชมผู้ชายว่าหล่อให้ชมว่า หล่อฉิบหาย เวลาที่จะถ่ายรูปรวมกลุ่มพูดว่า มาแหกตาสมัรคีกันเถอะ

นอกจากที่กล่าวไปข้างบนนั้นแล้ว ยังมีคำพูดดูถูกแนบแนมอีกหลายอย่างที่ไม่มีมูลความจริงเช่นว่า ภาพยนท์ไทยที่เข้ามาฉายอยู่ลาว สมมุติว่าเรื่องชื่อ เด็กกำพร้า ต้องเปลี่ยนเป็น เด็กน้อยไม่มีพ่อไม่มีแม่ ถ้าไม่ดังนั้นคนลาวจะเข้าใจว่า เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเด็กน้อยมือถือพร้าไล่ฟันชาวบ้าน ชึ่งฟังแล้วมันก็เป็นเรื่องที่ฟังไม่ขื้น เพราะคำพูดคำนี้ก็มี และ ใช้กันมานานแล้ว และ คำว่า เด็กกำพร้า ก็ไม่ได้มีความหมายเหมือนที่คุณเธอแปลเลยชักนิด เพราะศัพท์ภาษาลาว เด็กน้อยที่ไม่มีพ่อแม่จะถูกเรียกว่า เด็กกำพลอย ส่วนคำว่า เด็กกำพร้า คือเด็กที่มีพ่อ แต่ขาดแม่ หรือ เด็กที่มีแม่แต่ขาดพ่อ. เมื่อเป็นฉะนี้ ข้อความที่เธอยกมากล่าวอ้างนั่นดูเหมือนจะเป็นการอุปโหลกที่ว่า โง่อวดฉลาด

ยังมีอีกหลายข้อความ แต่ผมขอยกเอามาพูดแค่นี้ก่อน เพราะเพียงแค่นี้เราก็สามารถมองเห็นแล้วว่า คนเขียนบทความนั้นต้องการอะไร, และมีจุดประสงค์อะไรจากบทความนี้...ตามความเป็นจริงในจิตรสามันสำนึกของนักเขียนที่มีความศีวีไลช์ทางความคิด จะรู้ดีว่า การที่จะเขียนอะไรลงไปนั้นเป็นอย่างไร. นังดอกทองคนนี้ (ผมเขียนเพราะเธอพูดว่าถ้าจะชมผู้หญิงสวยให้ชมว่าดอกทอง: อธิบาย) มีความสำนึกด้านนี้มากเท่าไร่ หรือว่านี้คือการกรองแล้วผมก็เหนื่อยใจ เพราะเธอคนนี้จะเป็นนักเขียนที่มีผลงานสุดแย่ที่สุดเ่ท่าที่เคยมีมาในประเทศไทย เพราะนักเขียนคนนี้เขียนไปโดยที่ไม่ตรวจสอบ ว่าข้อมูลที่ตนเองได้เขียนลงไปนั้นมันไม่ถูกต้อง และ ใช้คำพูดที่หยาบคาย เพื่อหวังให้คนอ่านในประเทศตนมีความเพีดเพลีนกับบทความหลอกลวงดั่งกล่าว. ในขณะเดียวกัน คนที่ทันเหตุการ์ณและ มองความเป็นจริงคงจะไม่คิดว่านี้คือบทความที่เพีดเพลีน แต่ว่ามันได้สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจอันตํ่าช้าของคนๆหนื่ง ชึ่งอาศัยคราบนักเขียนบังหน้า. ในถานะที่ผมก็ทำงานด้านนี้เหมือนกัน ผมขอพูดว่าเธอคนนี้เป็นนักเขียนที่ไม่สามารถใช้การได้อีกต่อไป ขาดชึ่งจรรยาบัณของสือมวลชน. ขณะเดียวกันนั้น ผู้บริหารนิตยสาร์ณฉบับนี้ก็คงไม่แตกต่างกันเท่าไร่นัก เพราะถ้างั้นคงไม่ปล่อยให้บทความที่มีเนื้อหาไม่เหมาััะสมเช่นนี้เล็ดลอดออกมาได้

แต่สิ่งที่ดีก็มีอยู่ว่า ในวันที่ 24 มิถุนายน 2548 สถานทูตไทยประจำลาวได้แจ้งให้กระทรวงการต่างประเทศของลาวทราบว่า นิตยสาร์ณ SPICY ได้มีจดหมายถึงกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศไทย แสดงความเสียใจต่อบทความดั่งกล่าว แต่ไม่มีการกล่าวคำขอโทษแต่อย่างใด

เมื่อก่อนที่ผ่านมา วงการสือมวลชนลาว ไทย ได้มีการพบปะแลกเปลี่ยนคณะผู้แทนด้วยกัน มีการจัดการสำมณา, มีการประชุมหารือเกี่ยวกับการสร้างความเข้าใจ, การร่วมมืออันดี, การนำเสนอข่าวคราวระหว่างกันและกันในแง่ของความสร้างสรร และ ด้วยความสัจจริง ชึ่งก็เห็นได้ว่าความพยายามเหล่านั้น นับวันยิ่งกลายเป็นรูปประธรรม. ข่าวเกี่ยวกับประเทศลาวในสายตาของเพื่อนบ้านคืออกมาในทางที่ถูกต้อง.

ยิ่งในระยะที่ประเทศลาวได้รัีบเกรียติเป็นเข้าภาพจัดกองประชุมสุดยอด ASEAN เมื่อท้ายปีก่อน, ชื่อเสียงของประเทศลาวก็เด่นที่สุดในเวทีสากล

เพราะฉะนั้น ผมมีความหวังว่า ในต่อหน้านี้ ทางการของสองประเทศจะมีการร่วมมือด้วยกันอีก เพื่อไม่ให้สื่อมวลชนใดๆสร้างเลื่องที่ไม่เป็นเรื่องให้แก่ประเทศลาว ชึ่งก็คือสายมิตรภาพลาว ไท เหมือนดั่งที่นิตยสาร์ณ SPICY ได้กระทำ และ สมควรที่ทางสมาคมนักข่าวแห่งประเทศไทย หรือ องการที่เกี่ยวข้องควรพิจารณา และ มีมาตราการใดหนื่งกับนักเขียนบทความนี้ ชื่งก็คือบรรณาธิการนิตยสาร์ณฉบับดั่งกล่าว ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถลบความขุ่นมัวภายในใจของประชาชนลาวผู้ถูกพาดพิงได้

ยังไงก็ของฝากไว้พิจารณาด้วยกัน เพื่อหาทางออกที่สร้างสรร และ ความเป็นมิตรภาพของพวกเราขาดสะบั้นลง เพียงเพราะคนบางกลุ่มที่หลงตัวเองว่าฉลาดกว่าใครเพื่อน แต่อยู่ใต้ยุดข้าทาสนั้นมาทำลายบรรยากาศอันดี ที่ผู้หลักผู้ใหญ่ท่านสร้างมาเลย.

(มีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาของบทความเล็กน้อยเพื่อไม่ให้บทความนี้รุนแรงเกีนไป: ผู้แปล)

ผู้แปล: Min

Keztudio 2004.

laohacker@hotmail.com

Comment

Comment:

Tweet

jklh;?"o;"
{P
'
'p

#11 By klghklgkl;kljg (203.172.216.66 /192.168.2.5) on 2007-10-02 12:13

I Love you

#10 By (203.172.216.66 /192.168.2.5) on 2007-10-02 12:13

แย่จัง เพิ่งไปนครหลวงเวียงจันทร์มา ดูมีวัฒนธรรมดีมาก ถึงแม้ถนนจะลำบาก ไม่มีห้างให้เดิน แต่ไปวัดมาก็รู้สึกดี คนลาวก็ใจดี

#9 By แย่จัง (58.136.203.218) on 2006-05-07 15:56

เขาใช้เกณฑ์อะไร เลือกที่พิมพ์บทความนั้นกันเนี้ย หรือว่าคนเขียนเส้นใหญ่

#8 By Earl_Matio (203.188.13.54) on 2006-04-29 17:56

คับ...

ผมก็ลำบากใจ ไม่รู้ว่าจะมีเรื่องกันเพราะบทความผมรึเปล่า

#7 By Dr Devil (202.62.100.1) on 2006-01-05 10:51

ผมก็เพิ่งรู้จริงๆเนี่ยแหล่ะคับ ตะก่อนรู้มาเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แบบว่าบางคนชอบเอามาเล่าเป็นเรื่องตลก

#6 By nut_enormity@hotmail (203.113.56.72) on 2006-01-03 02:59

หุ หุ ขอบคุณครับ คุณ จีจี

เอ...คุณ อี อามาริ มาที่ลาวเมื่อไร่ครับ เผื่อไปเยี่ยม



#5 By [[ Dr Devil ]] on 2005-11-26 19:58

หนังสือในเครือไร้มารยาทอยู้แล้ว ขอโทษแทนด้วย แย่มั๊กๆ มีไม่กี่คนในหนังสือนี้ ว่างๆต้องแฮกเข้าไปเปลี่ยนข้อความในแท่นพิมสซะ

#4 By gg (58.11.40.15) on 2005-11-26 05:43

เพิ่งไปเวียงจันทน์กลับมาวันที่ 12 ค่ะ
เดี๋ยวสิ้นเดือนต้องไปอีก
เพราะว่าไปเปิดบูทถ่ายรูปบน itecc น่ะค่ะ ที่งนแสดงสินค้า
คงได้ไปทุกเดือนแน่ๆเลย เพราะทุนยังไม่ได้คืน 5555555

คนลาวไม่ชอบซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยอ่ะ
ของที่เอาไปขายด้วยเป็นของทำมือ
ที่ไทยคิดว่าติสท์ แต่ที่ลาวยังไม่นิยม ยังไม่คืนทุนเลย

เห็นด้วยที่ว่าของแพงมากๆ
ไปอยู่ลาว 2 ครั้ง ยังลืมตัวเลยว่าอยู่ อเมริกา ข้าวของแพงสุดๆ
ที่เจ็บใจที่สุด คือน้ำเปล่า บ้านเราขวดละ 5 บาท
อยู่นู้น 4,000 กีบ เป็นลมไปเลยค่ะ


#3 By ~ on 2005-09-16 14:38

หง่ะ....ยังไม่ได้เปีดตัวอย่างเป็นทางการ ยังมีคนเข้าเหรอนี่...

ขอบคุณมากค๊าบ

#2 By Min (202.62.97.45) on 2005-09-16 11:19

ทำอะไรไม่ระวัง...คนไทยเนาะ ตัวอย่างให้เห็นมีออกเยอะยังไม่คิด

#1 By Gratai...Ka!!! on 2005-07-15 18:44